H-World (1179.HK/HTHT)

H-World เชนโรงแรมอันดับ 1 จากจีน ที่กำลังตั้งเป้าจะเป็นอันดับ 1 ของโลก

H-World (1179.HK/HTHT)

NASDAQ: HTHT  |  HKEX: 1179

ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2026 | งบการเงินล่าสุด: Q3/2025 (ก.ย. 2025)


⚠️ Disclaimer: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้เขียนถือ Long Position ของบริษัทนี้อยู่


สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนาน วันนี้เรากลับมานำเสนอบริษัทรับจ้างบริหารโรงแรมอันดับ 1 จากจีนให้ทุกท่านรู้จักกัน

ช่วงนี้คงเห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ไปเที่ยวจีนกันมากขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยความที่ไปง่ายบินไม่กี่ชั่วโมง รัฐบาลจีนสนับสนุนเต็มที่ทั้ง Free Visa หรือแม้กระทั่งให้ชาวเมืองที่ทำงานตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ต้องหันมาเรียนภาษาอังกฤษกันมากขึ้น และด้วยความที่จีนมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายทั้งในตัวเมือง และออกนอกเมืองไปชมธรรมชาติที่หาจากที่อื่นได้ยาก

ทำให้เราเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า การท่องเที่ยวจีนจะเป็นหนึ่งในเทรนด์การเติบโตที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชีย ข้อมูลจาก Oxford Economics คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางในจีนจะเติบโตด้วยอัตรา CAGR ที่ 9.4% ในช่วงปี 2024-2034 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 6.5% อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ข้อมูลจาก WTTC ยังคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีนจะมีมูลค่าถึง ¥13.7 ล้านล้านในปี 2025 สูงกว่าช่วงก่อน COVID ถึง 10.3%

H-World คือเชนโรงแรมอันดับ 1 ของจีนในเชิง Market Cap ที่ใหญ่ที่สุด มีโรงแรมกว่า 12,700 โรงแรม ทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประหยัด (Economy) ไปจนถึงระดับหรูหรา (Luxury) จากนี้ไป เราจะพาไปรู้จักกับบริษัท H-World ในเชิงลึก

💡 Agenda

1. Business Model: Asset-Light Transformation

2. ประวัติศาสตร์ 20 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงธุรกิจโรงแรมในจีนไปอย่างสิ้นเชิง

3. สุดยอดแบรนด์โรงแรมที่อยู่ในพอร์ต

4. อะไรทำให้ H-World ไร้เทียบทาน (MOAT)

5. อนาคต 3-5 ปีข้างหน้า สู่เป้าหมายเชนโรงแรมอันดับ 1 ของโลก

6. Ji Qi ผู้ก่อตั้ง H-World และปฏิรูปอุตสาหกรรมโรงแรมจีน

1. Business Model: Asset-Light Transformation

หัวใจที่ทำให้ H-World น่าสนใจอย่างมากในตอนนี้คือ การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ จาก "เจ้าของโรงแรม" ไปเป็น "แฟรนไชส์" อย่างรวดเร็ว ถ้าจะเปรียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คล้ายกับ Marriott หรือ Hilton ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของโรงแรมเอง แต่เป็นคนบริหารและให้สิทธิ์แบรนด์ แล้วเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งทำให้ Margin สูงมาก

2 โมเดลที่แตกต่างกันสิ้นเชิง

โมเดล L&O (Leased & Owned — Asset-Heavy): บริษัทต้องลงทุนเช่าหรือซื้อที่ จ้างพนักงาน บริหารโรงแรมเอง รับรายได้เต็มจากค่าห้อง แต่ก็แบกต้นทุนเต็มเช่นกัน ทำให้ Margin ต่ำ และเมื่อไหร่ที่ RevPAR ตก ก็กระทบหนัก เพราะต้นทุนคงที่ยังคงอยู่

โมเดล M&F (Manachised & Franchised — Asset-Light): บริษัทเพียงส่งผู้จัดการ (Manachise) หรือให้สิทธิ์แฟรนไชส์ แล้วเก็บค่าธรรมเนียม (Franchise Fee) เป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้โรงแรม รายได้ต่อโรงแรมอาจน้อยกว่า แต่แทบไม่มีต้นทุนคงที่ ทำให้ Gross Margin สูงถึง ~68%

ตัวเลขที่พิสูจน์ว่า Asset-Light กำลัง "ทำงาน"

ใน Q3/2025 ตัวเลขแสดงให้เห็นชัดเจนว่ากลยุทธ์ Asset-Light กำลังทำงาน:

Q3/2025 Group Key Highlights: Hotel GMV RMB30.6bn +17.5% YoY, Rooms in Operation 1,246,240 +17.3% YoY, H Rewards Members 301mn, M&F Revenue RMB3.3bn +27.2% YoY, Total Adj. EBITDA RMB2.5bn +18.9% YoY
Q3/2025 Key Highlights — M&F Revenue โต +27.2% YoY และ Adj. EBITDA โต +18.9% YoY | ที่มา: H-World Investor Presentation Q3/2025

รายได้ M&F โตถึง +27.2% YoY เป็น RMB 3.3 พันล้าน ซึ่งเหนือ Guidance ที่ 20-24% ขณะที่รายได้รวมโตแค่ 8.1% สะท้อนว่า M&F คือเครื่องยนต์หลักของการเติบโต

M&F Gross Operating Profit เพิ่มขึ้น +28.6% YoY ด้วย Margin 68% คิดเป็น 70% ของ Gross OP ทั้งหมด เพิ่มขึ้น 11.1 percentage points YoY

Adjusted EBITDA Margin ปรับขึ้นเป็น 36.1% จาก 32.8% ในปีก่อน (+3.3pp) CFO Hui Chen กล่าวชัดเจนว่า Margin ที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลจากกลยุทธ์ Asset-Light โดยเฉพาะ

ที่สำคัญคือในช่วง 2-3 ไตรมาสล่าสุด H-World เริ่ม แยกรายงาน Margin ของ M&F และ L&O ให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าฝ่ายบริหารต้องการ "โชว์" ให้นักลงทุนเห็นว่า M&F ทำกำไรดีแค่ไหน

Going Asset-Light: Revenue contribution from Manachised and Franchised Hotels เพิ่มจาก 29.8% ในปี 2019 เป็น 46.2% ใน 9M25
สัดส่วนรายได้จาก M&F เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 29.8% ในปี 2019 เป็น 46.2% ใน 9M25 — แนวโน้มนี้จะยังดำเนินต่อไปอีกหลายปี | ที่มา: H-World Investor Presentation
💡 พูดง่าย ๆ คือ: เราอาจจะเห็นรายได้โตแค่ 8-10% แต่กำไรโต 15-20%+ เพราะ Mix ที่เปลี่ยน และ Trend นี้จะยังดำเนินต่อไปอีกหลายปี เพราะสัดส่วน M&F ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

2. จาก Hanting ริมสถานีรถไฟ สู่จักรวรรดิโรงแรม 12,700 แห่ง

H-World Group Limited (เดิมชื่อ China Lodging Group / Huazhu Group) ก่อตั้งในปี 2005 โดย Ji Qi (季琦) เริ่มจากโรงแรมเล็ก ๆ ริมสถานีรถไฟคุนซาน ชื่อ "Hanting" ด้วยแนวคิดเรียบง่ายว่า "ทำโรงแรมราคาประหยัดที่สะอาด สะดวก และมีมาตรฐาน" สำหรับนักเดินทางชาวจีนที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ย้อนกลับไปในปี 2005 อุตสาหกรรมโรงแรมจีนยังเป็นตลาดที่กระจัดกระจาย โรงแรมส่วนใหญ่เป็นแบบ "ม่านรูด" ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีแบรนด์ จุดเปลี่ยนสำคัญตลอด 20 ปี:

Timeline H-World: 2005 Hanting เปิดโรงแรมแรก, 2006 Loyalty Program, 2010 Nasdaq Listing, 2014 Accor Partnership, 2017 Crystal Orange Acquisition, 2018 Blossom House Acquisition, 2019 JI Hotel Singapore, 2020 Deutsche Hospitality Acquisition, 2024 10,000 Hotels และ Secondary Listing HKEX
เส้นทาง 20 ปีของ H-World — จากโรงแรมเดียวริมสถานีรถไฟ สู่เชนโรงแรมอันดับ 4 ของโลก | ที่มา: H-World Investor Presentation

2005-2010: ยุคบุกเบิก Economy Hotels — เริ่มต้นจาก Hanting สร้างมาตรฐานโรงแรมราคาประหยัดในจีน ขยายตัวอย่างรวดเร็วตามคลื่นเศรษฐกิจจีนที่เฟื่องฟู เปิดตัว H Rewards (ตอนนั้นยังชื่อ Hanting Club) และจดทะเบียนใน Nasdaq ปี 2010 ภายใต้ Ticker "HTHT"

2010-2017: ยุคขยาย Portfolio — เปิดตัว JI Hotel (Midscale) ขยายจาก Economy ขึ้นสู่ Midscale จากนั้นจับมือกับ Accor ในปี 2014 ได้สิทธิ์ Master Franchise แบรนด์ Mercure, Ibis ในจีน และเข้าซื้อ Crystal Orange ในปี 2017 เพื่อเสริมทัพ Upper Midscale

2018-2020: ยุค Global Ambition — เข้าซื้อ Blossom House ขยายไปสู่ Lifestyle & Boutique Hotel เปิด JI Hotel Orchard ในสิงคโปร์เป็นก้าวแรกนอกจีน และปิดดีลใหญ่ที่สุดด้วยการซื้อ Deutsche Hospitality (~€720M) ได้แบรนด์ Steigenberger, IntercityHotel เข้ายุโรปเต็มตัว

2020-ปัจจุบัน: ยุค Asset-Light Transformation — ผ่านวิกฤต COVID-19 ด้วยการเร่ง Shift สู่โมเดล M&F อย่างจริงจัง เปลี่ยนชื่อเป็น H-World Group (2022) จัด Dual Listing ใน HKEX เปิดโรงแรมแห่งที่ 10,000 ในปี 2024 จัด Capital Markets Day ครั้งแรกในรอบ 20 ปี (ต.ค. 2025) และประกาศ Vision 2030 เป้า 20,000 โรงแรม

ผลประกอบการล่าสุด: Q3/2025 — Beat ทุกรายการ

ผลประกอบการ Q3/2025 ที่ประกาศเมื่อ 17 พ.ย. 2025 เหนือความคาดหมายของตลาดอย่างชัดเจนในทุกบรรทัด :


3. พอร์ตแบรนด์ที่ครอบคลุม ตั้งแต่ Economy จนถึง Luxury

จุดแข็งของ H-World คือ พอร์ตแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ทำให้จับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ทุก Occasion ลูกค้าคนเดียวกันอาจพักที่ Hanting ตอนเดินทางงาน แล้วพัก JI Hotel ตอนไปเที่ยว แล้วพัก Steigenberger ตอนไปฮันนีมูน — ทั้งหมดอยู่ในระบบ H Rewards เดียวกัน

H-World Brand Portfolio Matrix ครอบคลุมตั้งแต่ Economy ถึง Luxury ในหมวด Classic, Colorful, Select และ Extended Stay
พอร์ตแบรนด์ H-World — ครอบคลุมทุกระดับราคาตั้งแต่ Economy ถึง Luxury ทั้งในรูปแบบ Classic, Colorful, Select และ Extended Stay | ที่มา: H-World Investor Presentation
แบรนด์เด่นของ H-World: Hanting Hotel อันดับ 1 ของโลก 4,500 โรงแรม, Orange Hotel อันดับ 30 ของโลก 1,000 โรงแรม, Ji Hotel อันดับ 4 ของโลก 3,000 โรงแรม, Intercity Hotel ระดับ Upper-Midscale 142 โรงแรม
แบรนด์เรือธงของ H-World — Hanting Hotel เชนโรงแรมอันดับ 1 ของโลก (4,500 แห่ง), JI Hotel อันดับ 4 (3,000 แห่ง), Orange Hotel อันดับ 30 (1,000 แห่ง) และ Intercity ดาวรุ่ง Upper-Midscale

แบรนด์ที่ต้องจับตามอง:

Hanting Hotel — แบรนด์ Economy ตัวพ่อ เป็นเชนโรงแรมอันดับ 1 ของโลกในเชิงจำนวน (4,500+ แห่ง) เป็นกระดูกสันหลังของ H-World ที่สร้างฐานสมาชิกกว้างขวางที่สุด

JI Hotel — แบรนด์ Midscale ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก มี 3,000+ โรงแรม ติดอันดับ 4 ของโลก 76% ของ JI Hotel อัปเกรดเป็น Version 4.0 แล้ว ทำให้ ADR เพิ่มขึ้น

JI Icons (เปิดตัว Q3/2025) — แบรนด์ใหม่ล่าสุดระดับ Upper-Midscale ที่เน้นคอนเซ็ปต์ "Oriental Aesthetics" จับเทรนด์ Guochao (国潮) หรือความนิยมในวัฒนธรรมจีน

Upper-Midscale: ดาวรุ่งที่โตเร็วสุดใน Portfolio

Upper-Midscale เป็น Segment ที่บริษัทโฟกัสเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่ Demand เติบโตเร็วที่สุด (คนจีนรุ่นใหม่ต้องการโรงแรมที่ดีขึ้น แต่ยังไม่ถึงราคาหรูหรา) และเป็นจุดที่สร้างรายได้ต่อห้องสูงกว่า Economy มาก

Upper-Midscale Hotels เติบโต +25.3% YoY จาก 1,031 (Q4'23) เป็น 1,616 (Q3'25) พร้อม Multi-brand Strategy รวม 9 แบรนด์
จำนวนโรงแรม Upper-Midscale โตขึ้น +25.3% YoY — เป็น Segment ที่เติบโตเร็วที่สุด พร้อมรองรับด้วย 9 แบรนด์ที่แตกต่างกัน | ที่มา: H-World Investor Presentation Q3/2025

นอกจากนี้ H-World ยังมีสิทธิ์ Master Franchise ของ Mercure, Ibis, Ibis Styles และสิทธิ์ Co-Development ของ Grand Mercure และ Novotel ในจีน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Accor ตั้งแต่ปี 2014


4. อะไรทำให้ H-World ไร้เทียบทาน (MOAT)

H-World มี Competitive Advantage หลายชั้นที่คู่แข่งจะลอกเลียนแบบได้ยากมาก:

MOAT #1: H Rewards — ฐานสมาชิก 300+ ล้านคน

H Rewards Members เพิ่มจาก 49 ล้าน (2015) เป็น 301 ล้าน (Q3'25) และ Room Nights Booked by Members โต +19.7% YoY เป็น 66 ล้านคืน
สมาชิก H Rewards พุ่งจาก 49 ล้านคน (2015) สู่ 301 ล้านคน (Q3/2025) และจำนวนคืนที่สมาชิกจองโต +19.7% YoY | ที่มา: H-World Investor Presentation Q3/2025

โปรแกรมสมาชิก H Rewards มีสมาชิกกว่า 300 ล้านคน ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมสมาชิกโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สมาชิกจองห้องพักผ่านช่องทางตรง (Direct Booking) มากถึง 65.1% ลดการพึ่งพา OTA อย่าง Ctrip หรือ Meituan ซึ่งช่วยประหยัดค่าคอมมิชชัน 15-25% ต่อการจองแต่ละครั้ง ยิ่ง Network ใหญ่ ยิ่งมีแบรนด์ให้เลือกมาก สมาชิกก็ยิ่ง Loyal มากขึ้น เป็น Flywheel Effect ที่คู่แข่งรายเล็กตามทันได้ยาก

MOAT #2: Technology Backbone — ระบบที่พัฒนาเอง 100%

ต่างจากเชนโรงแรมจีนอื่น ๆ ที่ใช้ระบบ Third-Party H-World พัฒนา Digital Platform ของตัวเองทั้ง Stack ตั้งแต่ระบบ Booking, Revenue Management, CRM ไปจนถึง Real-Time Analytics ทำให้สามารถปรับราคาห้องแบบ Dynamic Pricing ได้แม่นยำ จัดการ Inventory ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเก็บ Data ลูกค้าเพื่อ Personalization ได้อย่างลึกซึ้ง

MOAT #3: Industrialized Supply Chain

H-World มีระบบ Supply Chain ที่ทำให้สามารถ เปิดโรงแรมใหม่ได้เร็วมาก ด้วยกระบวนการที่มีมาตรฐานเหมือนโรงงาน ตั้งแต่การออกแบบ การจัดซื้อเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงการฝึกอบรมพนักงาน ทำให้โรงแรมใหม่ทุกแห่งมีคุณภาพสม่ำเสมอ ในปี 2025 เปิดโรงแรมใหม่กว่า 2,300 แห่ง (Gross) หรือเฉลี่ยวันละ 6-7 แห่ง!

MOAT #4: Scale Advantage — เชนใหญ่ที่สุดในจีน

ด้วยจำนวน 12,702 โรงแรม ครอบคลุมกว่า 900 เมืองในจีน H-World มี Economies of Scale ที่ไม่มีใครเทียบได้ ทั้งในเรื่อง Purchasing Power (ซื้อของได้ถูกกว่า), Brand Recognition (คนรู้จักมากกว่า), และ Franchisee Attraction (คนอยากเปิดแฟรนไชส์ด้วยมากกว่า เพราะฐานสมาชิกใหญ่)

💡 เมื่อรวม MOAT ทั้ง 4 ชั้นเข้าด้วยกัน จะเห็นว่า H-World สร้าง Flywheel ที่หมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ: ยิ่งมีโรงแรมมาก → ยิ่งดึงสมาชิกมาก → ยิ่งมี Data มาก → ยิ่งบริหารได้ดี → ยิ่งดึง Franchisee มาก → ยิ่งมีโรงแรมมาก... วนไปเรื่อย ๆ

5. อนาคต 3-5 ปีข้างหน้า สู่เป้าหมายเชนโรงแรมอันดับ 1 ของโลก

Capital Markets Day ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2025 H-World จัดงาน Capital Markets Day ครั้งแรก ในรอบ 20 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ และประกาศ "Vision 2030: Scaling with Quality"

การที่บริษัทจัดงานนี้เป็นครั้งแรกตลอด 20 ปี เป็นสัญญาณชัดเจนว่า ฝ่ายบริหารกำลังจะสื่อสารกับตลาดอย่างจริงจัง เพื่อ Unlock Value ที่ซ่อนอยู่ และหลังจากงาน CMD ราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วง $43-45 ในเดือน ต.ค. ขึ้นมาทำ 52-Week High ที่ $51.73 ในเดือน ก.พ. 2026

ที่มา: H-World Vision 2030 Announcement (3 พ.ย. 2025)

H-World บนเวทีโลก — อันดับ 4 ที่โตเร็วที่สุด

ที่มา: HOTELS Magazine 2025

H-World มี อัตราการเติบโตสูงที่สุดถึง +20.3% เทียบกับยักษ์ใหญ่รายอื่นที่โตเพียง 6-8% ด้วยอัตรานี้ H-World มีโอกาส แซง Hilton ในเชิงจำนวนห้องพักภายใน 1-2 ปี (ปัจจุบันห่างกันแค่ ~3,500 ห้อง) และเป้า 20,000 โรงแรมภายในปี 2030 จะทำให้แซง Jin Jiang ที่มี 14,311 แห่ง กลายเป็น อันดับ 1 ของโลกในเชิงจำนวนโรงแรม

RevPAR: จุดพลิกกำลังจะมาถึง

หนึ่งในข้อกังวลหลักคือ RevPAR ที่ติดลบมาตลอดในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา แต่เริ่มมีสัญญาณบวกชัดเจน:

1) อัตราการลดลงชะลอตัวจาก -8-10% ต้นปี มาเหลือ -3% ใน Q2 และกลับมา บวกเล็กน้อย +0.4% ใน Q3 -> CEO คาดว่า Q4 จะ "flattish to slightly positive"

2) ADR เริ่มปรับขึ้น YoY ด้วย Product Upgrades (76% ของ JI Hotel เป็น Version 4.0+)

3) Supply Growth ในจีนเริ่มชะลอตัว ซึ่งจะช่วยให้ RevPAR ฟื้นตัว

4) Marriott ประกาศงบล่าสุด Q4 RevPAR ในจีน พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรก โดยบวกขึ้นไปถึง 3.4% แสดงให้เห็นพัฒนาการของโรงแรมในประเทศจีนได้อย่างชัดเจน

ต้องบอกว่าผมรอชม Q4 ของโรงแรมจีนอย่างใจจดใจจ่อเลยครับ😂

💡 ถ้า RevPAR พลิกบวกเมื่อไหร่ จะเป็น Catalyst สำคัญมาก ลองคิดดูว่า โรงแรมเปิดใหม่ ~2,300 แห่ง/ปี + RevPAR กลับมาเป็นบวก = ผลลัพธ์ต่อกำไรจะเป็นยังไง?

Macro Tailwind: คลื่นการท่องเที่ยวจีนและกระแส Guochao

การท่องเที่ยวในประเทศ: ครึ่งแรกของปี 2025 มีการเดินทาง 32.85 พันล้านครั้ง (+20% YoY) มูลค่า 3.15 ล้านล้านหยวน (+15%) รายได้ท่องเที่ยวทั้งปี 2025 แตะ RMB 6.3 ล้านล้าน ซึ่งเป็น All-Time High

Inbound Tourism: Q1/2025 นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าจีน 35.02 ล้านคน (+20% YoY) โดย Foreign Tourists เพิ่มขึ้น 40.2% และ 71.3% เข้ามาแบบ Visa-Free จีนขยายนโยบาย Visa-Free ไปเกือบ 50 ประเทศแล้ว

กระแส Guochao (国潮): คนจีนรุ่นใหม่หันมาภูมิใจในความเป็นจีน นิยมแบรนด์จีน วัฒนธรรมจีน และการท่องเที่ยวในจีนมากขึ้น Soft Power จีนกำลังมาแรง คล้ายกับช่วงที่คนฮิตไปญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน


6. Ji Qi — Serial Entrepreneur ผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมโรงแรมจีน

Ji Qi (季琦) คือนักธุรกิจที่เรียกได้ว่าเป็น Serial Entrepreneur ระดับตำนาน ของวงการท่องเที่ยวจีน เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจาก Shanghai Jiao Tong University ด้วยพื้นฐานด้านวิศวกรรม

สิ่งที่ทำให้ Ji Qi พิเศษคือ เขาเป็น ผู้ก่อตั้งบริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq ถึง 3 บริษัท:

1999 — ร่วมก่อตั้ง Ctrip.com (ปัจจุบันคือ Trip.com Group) OTA ที่ใหญ่ที่สุดในจีน — IPO Nasdaq ปี 2003

2001 — ร่วมก่อตั้ง Home Inns เชนโรงแรม Budget ที่ประสบความสำเร็จมากในจีน — IPO Nasdaq

2005 — ก่อตั้ง Hanting (ต้นกำเนิดของ H-World) — IPO Nasdaq ปี 2010

แม้ปัจจุบัน Ji Qi จะไม่ได้ดำรงตำแหน่ง CEO (CEO ปัจจุบันคือ Jin Hui) แต่เขายังคงเป็น Executive Chairman และเป็นผู้กำหนดทิศทางกลยุทธ์ โดยเฉพาะ Vision 2030

เขาเห็นศักยภาพของการนำ Technology มาผสมผสานกับอุตสาหกรรม Hospitality ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ H-World แตกต่างจากเชนโรงแรมจีนอื่น ๆ อย่างมาก

ปัจจุบันยังถือหุ้น H-World อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

Ji Qi : Founder of H-World

ทั้งหมดที่เล่ามาคือภาพรวมของ H-World ในเชิง Business Model, ประวัติ, แบรนด์, Competitive Advantage และทิศทางอนาคต ซึ่งน่าจะทำให้เห็นภาพแล้วว่าทำไมบริษัทนี้ถึงน่าสนใจ

แต่สำหรับนักลงทุนแล้ว คำถามที่สำคัญที่สุดคือ "So what?" แล้วเอายังไงต่อ น่าสนใจแล้วราคาล่ะเป็นยังไง ราคานี้ซื้อได้ไหม ถ้าซื้อแล้วเราคาดหวังอะไรกับบริษัทต่อไป

ในบทความถัดไป เราจะพาไปเจาะลึก:

📊 Valuation Model — สำหรับบริษัทนี้เราประเมินจาก DCF ในหลากหลายสถานการณ์ และ P/E Comparison เทียบกับ Marriott, Hilton ว่าตอนนี้ H-World ถูกหรือแพงแค่ไหน Fair Value ที่เราประเมินมาพร้อมกับความคาดหวังอะไรบ้าง

⚠️ ความเสี่ยงสำคัญ — China Risk, RevPAR , Supply Overhang และอะไรอีกที่ต้องจับตา

Investment Thesis & Call to Action — สรุปว่า "หุ้นไหนดี" มองยังไงกับ H-World และจังหวะไหนที่น่าสนใจ

🔒 บทความ Part 2: Valuation, ความเสี่ยง และ Investment Thesis จะเป็นบทความที่ลึกลงไปอักขั้น สำหรับ สมาชิก (Member) เท่านั้น — ถ้ายังไม่ได้สมัคร สามารถสมัครได้ที่ https://www.hoonnaidee.com/#/portal/signup แล้วเจอกันในบทความถัดไปครับ 🚀

Follow us

Facebook Blockdit